health is a resource peritoneum mesothelioma for everyday life, not the objective of living. asbestos mesothelioma lawsuit is a positive concept emphasizing social and personal resources, as well as physical capacities pos. asbestos lawsuitsperitoneum, mesotheliomaasbestos law firms

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

แนะการป้องกันโรคจากการทำงาน

ปฏิกิริยา: 
สำหรับวันนี้ขอแนะนำเคล็ดลับสุขภาพกันซักนิดเกี่ยวกับ การป้องกันโรคจากการทำงาน เนื่องจาก อธิบดีกรมการแพทย์ได้ระบุมาเองเลยว่า ภัยเงียบสำหรับคนทำทำงาน โดยเฉพาะคนขับรถแท็กซี่และเกษตรกร เสี่ยงได้รับอันตรายจากการทำงานเป็นอย่างสูง

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยและแนะนำเคล็ดลับสุขภาพให้กับเราว่า ประเทศไทยมีประชากรในวัยทำงาน อายุระหว่าง 16-60 ปี ประมาณ 36 ล้านคน พบว่าส่วนหนึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจากการทำงาน เช่น การทำงาน ในสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน มลภาวะ สารเคมี สารพิษต่างๆ ดังนั้นการดูแลความปลอดภัยและ อาชีวอนามัย จึงถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข ซึ่งจากการที่โรงนพรัตนราชธานี กรมการ แพทย์ ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพผู้ขับขี่รถแท็กซี่กว่า 5,000 ราย ในโครงการสุขภาพดี แท็กซี่ไทย พบว่า ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง โดยโรคประจำตัวที่พบมากที่สุด ได้แก่ โรคความดัน โลหิตสูง ปัญหาทางสายตา และเบาหวาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุบนท้องถนน

นอกจากนี้กลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพของผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 60 ของประเทศ พบอัตรา การป่วยจากการได้รับสารเคมีจากยาฆ่าแมลงและยากำจัดศัตรูพืช ซึ่งจากสรุปรายงานการเฝ้าระวัง โรคประจำปี 2555 ของสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค มีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช จำนวน 1,509 ราย มีอัตราป่วย 2.35 ต่อประชากรแสนคน


ทั้งนี้อันตรายจากสารเคมีทำให้เกิดอาการแพ้พิษสารเคมีและสะสมในร่างกายก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมา อาจเกิดได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง พบอาการป่วยตั้งแต่เล็กน้อยจนรุนแรงถึงเสียชีวิต ขึ้นอยู่กับความ เข้มข้น ความเป็นพิษ ปริมาณสารเคมีและระยะเวลาที่ได้รับ โดยสารพิษจะเข้าสู่ร่างกายทางการสัมผัส การสูดดม หรือปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่ม ซึ่งสารเคมีจากยาฆ่าแมลง และยากำจัดศัตรูพืชกลุ่มออการ์โน ฟอสเฟต และกลุ่มคาร์บาเมต มีพิษเฉียบพลัน ทำให้เกิดการกระตุ้นปลายประสาทอย่างรุนแรง และเสียชีวิตได้ง่าย อาการอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน น้ำตาไหล เหงื่อออก หลอดลมเกร็ง หายใจลำบาก กล้ามเนื้อกระตุก มีเสมหะมาก

ดังนั้นกลุ่มอาชีพคนขับรถสาธารณะและเกษตรกรควรใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดจากการทำงาน โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งนี้กลุ่มคนขับรถสาธารณะ ควรตรวจสุขภาพเป็น ประจำทุกปี พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด งดการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการวูบได้ กรณีที่ต้องขับรถช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนจัด ให้ดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยปรับอุณภูมิร่าง กายให้สมดุลได้

สำหรับกลุ่มอาชีพเกษตรกร ควรอ่านฉลากให้เข้าใจถึงวิธีใช้การสารเคมีต่าง ๆ ไม่ควรใช้เครื่องพ่นสารเคมีที่ชำรุด ซึ่งอาจมีการรั่วซึมเปื้อนเสื้อผ้าได้ ควรสวมเสื้อ หมวก แว่นตา ถุงมือ หน้ากากให้ มิดชิดทั้งก่อนและในขณะพ่นสารเคมี เพื่อป้องกันถูกผิวหนัง และรีบชำระร่างกายด้วยสบู่และทำความสะอาดเครื่องมือทุกครั้งหลังจากปฎิบัติงานเสร็จ กรณีได้รับพิษจากสารเคมี ให้ปฎิบัติตามคำแนะนำเบื้อง ต้นบนฉลาก และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลพร้อมภาชนะที่บรรจุสารเคมีเพื่อประกอบการรักษา

นอกจากนี้ขอให้ประชาชนหมั่นดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงตามเคล็ดลับสุขภาพที่บอกไปข้างต้นนี้ โดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกบริโภคผัก ผลไม้ ที่ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส งดสารเสพติดทุกชนิด จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคต่างๆ ได้

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

สุขภาพดีกินไข่ป้องกันโรค

ปฏิกิริยา: 
ขัดสีฉวีวรรณกับเคล็ดลับสุขภาพ และปลดระเบียบความเชื่อแบบเดิมๆ เรื่องของ ไข่กับคอเลสเตอรอลไปได้เลย เพราะวันนี้ มีผลวิจัยใหม่แล้ว ลบล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ทำให้เราเข้าใจผิดและไม่กล้ากินไข่กันแล้วว่า ไข่ สามารถกินได้ถึงวันละ 6 ฟอง โดยไม่มีอันตรายและยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจอีกด้วยทางเดินการแพทย์อเมริกาในปี 2015 นี้ โดย US FDA ได้ออกผลวิจัยมาใหม่ เกี่ยวกับคอลเสเตอรอลในไข่ ว่าเราไม่ต้องกลัวโคเลสเตอรอลในไข่อีกแล้วว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อกินไข่ เพราะเค้าสรุปแล้วว่า คนเราควรกินไข่และกาแฟได้มากโดยไม่มีอันตรายใดๆ แถมพกยังได้สุขภาพดีอีกด้วย

ใช่ ความคิดนี้อาจขัดกับสิ่งที่เราเคยรู้มาแต่แรกเริ่ม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะมันเป็นความรู้ที่ผิดไปกว่า 40 ปีมาแล้ว และตอนนี้ควรจะรับอะไรใหม่ๆ ได้แล้ว เพราะจากชนอเมริกัน ที่ทำทำวิจัยแล้วได้บอกไว้ในช่วง 40 ปีก่อว่า คุณควรจะจะจำกัดโคเลสเตอรรอลเพราะมันทำให้ระดับโคเลสเตอรรอลในเลือดสูงขึ้น โดยเฉพาะการรับประทานไข่ ในบทวิจัยนี้ กำลังจะถูกรีวิวระบิลหนักเมื่อมีผลวิจัยใหม่มาลบล้างมันลงได้ และแน่นอนที่เรารู้ๆ อยู่นั้น มันผิดไปจากความเป็นจริง และควรลบมันออกไปได้แล้ว เหตุเพราะปัจจุบันได้ข้อสรุปแล้วว่า จากอาหารที่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลเพิ่ม และควรจำกัดในการเข้าสู่ร่างกายนั่น หมายถึงคุณจะสามารถกินไข่ได้และควรกินมันด้วยอย่างน้อย วันละฟอง หรือกินได้ถึง 6 ฟองต่อวัน เนื่องจากไข่ มีผลน้อยมากต่อระดับโคเลสเตอรอลในเลือด และแถมมันยังให้ผลดีมากๆ ด้วย โดยข้อดีสูงสุดคือ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ อ้างอิงจาก WEB MD 26 กพ 58 2015 บทวารสารแนะนำ Dietary Guideline for Americans

ถนนทางที่แพทย์เคล็ดลับสุขภาพเห็นตรงกันว่าเหมาะสม เนื่องจากการวิจัยช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานั้น มีการพบความสัมพันธ์น้อยมากระหว่างคอเลสเตอรอลในอาหาร กับระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ไกด์ไลน์นี้ จะมีการเปลี่ยนทุก 5 ปี ที่แนะนำให้คนเราใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพที่ดี เพราะว่าในเรื่องรูปแบบของอาหารจำพวกอาหารจากพืช whole grain ถั่ว ผลไม้ ผัก ยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องการกินกาแฟ สำหรับผู้ใหญ่นั้น สามารถดื่มได้ถึง 400 มิลลิกรัมต่อวัน นั่นหมายถึง 3-5 แก้วเลยทีเดียว แต่ไม่แนะนำในเด็กและวัยรุ่น และอย่างไรก็ตาม ก็ควรจำกัดเรื่องของน้ำตาลและครีมในกาแฟ เพราะจะทำให้อ้วนได้

ในเรื่องกินไข่ป้องกันโรคเหยื่อที่มีโคเลสเตอรอล ในปี 2010 แนะนำให้เลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลมากกว่า 300 มิลลิกรัม ต่อวัน (ไข่แดง 1 ฟอง ประมาณ 150-186 มิลลิกรัม) แต่คณะ กรรมการใหม่ปัจจุบัน ได้กล่าวว่า “cholesterol is not a nutrient of concern” ซึ่งหมายถึงกินไข่ได้ เพราะไข่แดงไม่มีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือด แต่มีข้อคำนึงว่า เฉพาะผู้ใหญ่ที่แข็งแรงและที่ไม่มีปัญหาเรื่องโรคภัยเท่านั้น สามารถกินได้ นักกีฬาที่ใช้พลังงานสูง กินได้ ผู้ที่ไม่มีโรคเบาหวาน ไข่มันอุดตัน โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด กินไข่ได้

เรื่องลูกกระโปกนี้ มีการวิจัยจนได้ข้อสรุปและตีพิมพ์ลงในเว็บของฮาร์วาร์ด (http://www.hsph.harvard.edu/nutritionsource/eggs/) เอาไว้แล้ว โดยเขากล่าวว่า ปริมาณคอเลสเตอรอล มีผลน้อยมากต่อปริมาณ LDL หรือไขมันคอเลสเตอรอลตัวร้ายในเลือด เมื่อเทียบกับการกินไขมันพวก อิ่มตัว หรือ พวกทรานส์ เสียอีก ดังนั้น ผู้ใหญ่ที่แข็งแรง แนะนำให้ทานไข่ ได้ 1-6 ฟองต่อวัน ส่วนผู้ที่มีเบาหวาน หรือพวกที่มีปัญหาในการควบคุม LDL อาจต้องคำนึง และจำกัดไข่แดงไม่เกิน 3 ฟองต่อสัปดาห์ และควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ไม่ใช่เล่น ยังมีข้อมูลด้านโภชนาการอื่นๆ อีกเยอะแยะที่แนะนำให้กินและจำกัด แต่สรุปคือ ที่เปลี่ยนแปลงหลักๆ ที่เห็นได้ชัดเจนคือ คนแข็งแรงไม่มีโรคภัย ไม่ต้องกลัวเรื่องระดับคอเลสเตอรอลเพิ่มอีกต่อไป กินไข่ได้ถึง 6 ฟองต่อวัน ที่สำคัญ ไข่ที่กินก็เป็นพวกไข่ต้ม ไข่ตุ๋น หรือไข่ที่ไม่มีการผสมหรือปรุงด้วยอาหารอื่น เช่น น้ำมัน เกลือ ผู้เขียนเคล็ดลับสุขภาพระบุไว้เลยว่า ไข่ต้ม คนแข็งแรงกินได้ถึง 6 ฟองต่อวันโดยไม่มีผลกระทบต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเกิน